Showing posts with label น้ำผึ้งมะนาว. Show all posts
Showing posts with label น้ำผึ้งมะนาว. Show all posts

Monday, June 12, 2023

ชาน้ำผึ้งมะนาวหวานๆ

 น้ำผึ้งมะนาวมีประโยชน์อย่างไร


ทำไมน้ำผึ้งมะนาวถึงได้เป็นที่นิยม ประโยชน์ของมันมีมหาศาลเลยทีเดียว!


ประโยชน์ของ น้ำผึ้งมะนาว ต่อสุขภาพ
  1. แก้ไอ
    ในน้ำมะนาวมีกรดซิตริก และวิตามินซีอยู่มาก ซึ่งกรดซิตริกในน้ำมะนาวก็มีฤทธิ์ช่วยลดไข้ บรรเทาอาการกระหายน้ำ ช่วยให้ลำคอชุ่มชื้น และวิตามินซียังมีสรรพคุณช่วยแก้อาการหวัดได้อีกด้วย ยิ่งเมื่อจิบน้ำมะนาวผสมน้ำอุ่นและน้ำผึ้งด้วยแล้ว ฤทธิ์คล้ายยาปฏิชีวนะในน้ำผึ้ง ก็จะช่วยกำจัดเชื้อไวรัสที่ทำให้เราไอ แก้ไอได้อย่างไม่ยากเย็นอะไรเลย
  2. แก้เจ็บคอ
    หากใครมีอาการเจ็บคอ ฟีลเหมือนจะไข้ขึ้น ลองจิบน้ำผึ้งมะนาวอุ่น ๆ โดยบีบมะนาวครึ่งลูก ผสมในน้ำอุ่น 1 แก้วกาแฟ และตักน้ำผึ้งสัก 2 ช้อนชาลงไปคนให้เข้ากัน ทั้งวิตามินซี กรดซิตริก และฤทธิ์ฆ่าเชื้อไวรัสของน้ำผึ้ง จะบรรเทาอาการเจ็บคอที่เป็นอยู่ได้
  3. ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหาร
    การดื่มน้ำผึ้งมะนาว ส่งผลดีต่อระบบย่อยอาหารเช่นกัน เพราะในน้ำผึ้งเองมีฤทธิ์คล้าย ๆ โพรไบโอติก จึงช่วยปรับสมดุลการทำงานของลำไส้ได้ อีกทั้งด้วยความที่มีคุณสมบัติคล้ายยาปฏิชีวนะชนิดเบา น้ำผึ้งจึงช่วยกำจัดแบคทีเรียตัวร้ายในลำไส้ได้พอสมควรด้วย ระบบย่อยอาหารของเราจึงมีความสมดุล ทำงานคล่องขึ้นกว่าเดิมได้ในระดับหนึ่ง นอกจากนี้ มะนาวเองก็เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อด้วยอีกทาง ดังนั้นใครที่ระบบย่อยอาหารเหมือนจะป่วย ๆ จิบน้ำผึ้งมะนาวสักแก้วคงดีไม่ใช่น้อย
  4. แก้ท้องผูก
    มะนาวมีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของลำไสัได้ในบางคน เพราะจัดเป็นยาระบายอ่อน ๆ ซึ่งหากต้องการจะดื่มน้ำมะนาวแก้ท้องผูก แนะนำให้ดื่มน้ำมะนาวผสมน้ำผึ้งแทนการใส่น้ำเชื่อมหรือน้ำตาล เพื่อช่วยลดปริมาณแคลอรีและปริมาณน้ำตาลที่ร่างกายจะได้รับ และข้อสำคัญคือต้องจิบน้ำผึ้งมะนาวในช่วงเช้า ก่อนอาหารเช้าได้จะยิ่งดี ซึ่งก็จะช่วยระบายท้องได้ดีกว่ายาระบายเป็นไหน ๆ
  5. ป้องกันโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
    โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ เกิดจากการที่ร่างกายติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งภาวะนี้ มักจะเกิดกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เนื่องจากท่อปัสสาวะของผู้หญิงมีขนาดสั้น และอยู่ใกล้กับทวารหนัก โอกาสติดเชื้อแบคทีเรียจากทวารหนักจึงมีมากกว่าเพศชาย แต่โรคนี้น้ำผึ้งมะนาวช่วยป้องกันได้ เนื่องจากมะนาวเป็นสมุนไพรที่มีโพแทสเซียมค่อนข้างสูง และสารชีวเคมีตัวนี้ มีฤทธิ์ช่วยขับสารพิษที่ตกค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะและตับออกไปได้ อีกอย่างอย่าลืมสรรพคุณคล้ายยาปฏิชีวนะของน้ำผึ้ง ที่จะช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่อาจหลงเข้ามาในร่างกายเราด้วย





ข้อควรระวังในการกิน และใช้มะนาว

มะนาว มีความเป็นกรดสูง การดื่มน้ำมะนาวสดที่มีความเข้มข้นมาก ๆ อาจทำให้ระคายเคืองอวัยวะต่าง ๆ ในระบบทางเดินอาหาร เช่น คอ, หลอดอาหาร, ลำไส้, กระเพาะอาหาร โดยเฉพาะผู้ที่มีแผลในกระเพาะอาหาร อาจทำให้เกิดอาการแสบท้องได้

นอกจากนี้ การดื่มน้ำมะนาว หรือกัดเนื้อมะนาวกินตรง ๆ รวมถึงการรับประทานอาหารที่ใส่มะนาว เช่น ยำ ต้มยำ ฯลฯ ควรบ้วนปาก หรือดื่มน้ำเปล่าตาม เพื่อลดความเข้มข้นของมะนาว ที่ผิวเคลือบฟัน และไม่ควรรีบแปรงฟันหลังรับประทานมะนาวทันที เพราะอาจเสี่ยงฟันสึกกร่อนได้ สำหรับการใช้มะนาว ที่มีฤทธิ์เป็นกรดค่อนข้างสูง หากจะนำมาผสมเป็นส่วนผสมในการบำรุงผิว ควรใช้ในปริมาณเพียงเล็กน้อย ผสมกับส่วนประกอบอื่น ๆ หรือเจือจางลดความเข้มข้นลง ไม่ควรใช้มะนาวทาลงบนผิว หรือทาลงบนฟัน เพื่อการฟอกสีฟันโดยตรง เพราะอาจกัดกร่อนผิวเคลือบฟัน รวมถึงผิวหนังอาจระคายเคืองได้เช่นกัน และไม่ควรใช้กับบริเวณที่มีผิวบอบบาง เช่น รักแร้ ผิวหน้า บริเวณรอบดวงตา ชั้นรอยพับแขน ขา เป็นต้น หากไม่ทราบว่าปริมาณที่ใช้เท่าไรถึงจะปลอดภัย ควรหลีกเลี่ยงการทำส่วนผสมต่าง ๆ จากมะนาวด้วยตัวเองจะดีกว่า